มนุษย์กรุงเทพฯ: ภานนท์ คุ้มสุภา

0
82

เพื่อร่วมฉลองวันสากลยุติความเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกัน คนข้ามเพศ และคนรักสองเพศ (IDAHOT 2017) ธนาคารโลกร่วมกับ[facebook.com/bkkhumans]มนุษย์กรุงเทพฯ นำเสนอเรื่องราวหลากหลายที่จะร่วมสร้างแรงบันดาลใจเพื่อเป็นการขอบคุณ ให้เกียรติ และฉลองให้กับครอบครัว และสัมพันธภาพที่บุคคล LGBTI ได้รับ ได้สร้าง หรือเลือกแล้วท่ามกลางความหลากหลายของพวกเขาในประเทศไทย “พ่อกับแม่มีอาชีพเป็นครู พวกเขาค่อนข้างคาดหวังให้ผมเรียนเก่งและเป็นเด็กดี ตอนเรียนประถมที่อำเภอหนึ่งในจังหวัดลพบุรี ผมเป็นลูกในแบบที่เขาต้องการมาตลอด ถึงผมเป็นคนชอบแสดงออก มีงานสังสรรค์ก็ชอบเต้น แต่พวกเขาคงไม่ได้คิดอะไร และมองเป็นความน่ารักของเด็ก ตอนนั้นผมมองผู้ชายด้วยความรู้สึกพิเศษ และแปลกแยกกับเพื่อนผู้ชายที่เล่นกีฬารุนแรง ด้วยความเป็นคนชอบอ่านหนังสือ วันหนึ่งไปห้องสมุดประชาชน แล้วเจอเรื่องสั้นเกี่ยวกับเกย์โดยบังเอิญ เป็นครั้งแรกที่รู้ว่ามีความสัมพันธ์แบบนี้ ช่วง ม.ต้น ผมอยากมีแฟน เห็นว่าผู้ชายมีแฟนเป็นผู้หญิง เลยจีบผู้หญิง และมีแฟนเป็นผู้หญิง ขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกบางอย่างกับผู้ชาย เคยแอบซื้อหนังสือภาพผู้ชายมาดู เป็นความสับสนที่ตอนนั้นไม่รู้จะคุยกับใคร”“จนกระทั่ง ม.ปลาย ผมย้ายมาอยู่ในตัวเมืองลพบุรีกับยาย ชีวิตผมมีอิสระมากขึ้น เลยเริ่มชัดเจนว่าชอบแบบนี้ ผมมีแฟนเป็นผู้ชาย แต่จะโกหกพ่อแม่ ไปไหนกับแฟนก็บอกว่าไปทำรายงาน วันหนึ่งผมไปเที่ยวกับแฟน กลับบ้านดึกจนพ่อต้องโทรถาม ผมเลยตัดสินใจบอกเพราะไม่อยากโกหกแล้ว ทันทีที่รู้ พวกเขาตีรถมาบ้านยาย ผมคุยกับแม่ ทะเลาะกันหนัก เขาพูดกับผมว่า ‘ทำไมต้องเป็นแบบนี้’ ผมพยายามสื่อสารว่า ‘มันเป็นไปแล้ว ที่บอกความจริงเพราะเป็นห่วง ไม่อยากโกหกแล้ว’ หลังจากนั้น ผมกับพ่อได้คุยกัน เขาถามผมว่า ‘จะไปหาหมอไหม’ ช่วงนั้นสื่อต่างๆ เริ่มพูดแล้วว่า การเป็นเกย์ไม่ได้เป็นโรค ผมเลยพยายามอธิบาย แล้วบอกเขาว่า ‘ผมรู้ว่าคนกลุ่มนี้เป็นยังไง’ พ่อบอกว่า ‘นี่กำลังบอกว่ามีประสบการณ์มากกว่า จะไม่ฟังกันแล้วใช่ไหม’ ซึ่งผมไม่ได้ต้องการจะสื่อแบบนั้น”“นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เราคุยกันเรื่องนี้ ผมเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ใช้ชีวิตแบบเกย์ทั่วไป มีแฟน และเริ่มแนะนำคนที่มีแนวโน้มว่าเป็นแฟนให้แม่รู้จัก แต่ยังบอกว่าเป็นเพื่อนอยู่ ซึ่งเขาคงเดาได้แหละ เวลาผมเลิกกับแฟน แม่มักถามว่า ไม่ได้คุยกับคนนี้แล้วเหรอ จนกระทั่ง 4-5 ปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลเดิมคือไม่อยากโกหกแล้ว ผมตัดสินใจบอกว่า นี่คือแฟน ก็ไม่มีการต่อว่าอะไร แม่แค่ขอเบอร์คนนนั้นไว้ เผื่อติดต่อเราไม่ได้”“มองว่าความเข้าใจของพวกเขาเกิดขึ้นจากอะไร”“(เงียบคิด) พวกเขาโตมากับช่วงเวลาที่เรื่องนี้ไม่เป็นที่ยอมรับ ไม่เคยเจออะไรแบบนี้ เลยตกใจ และกังวล เพราะไม่เห็นว่าอนาคตเราจะเป็นยังไงต่อ อาจเพราะช่วงนั้นผมเป็นเด็ก ยังไม่รู้ว่าชีวิตจะไปทางไหน เขาก็เป็นห่วง แต่พอผมโตขึ้น เห็นว่ามีชีวิตที่โอเค มีอาชีพที่มั่นคง ผมว่ามันคงช่วยแบ่งเบาความกังวลไปได้พอสมควร ผมไม่รู้ว่าทั้งสองคนไปคุยอะไรกันหรือเปล่า แต่ทุกวันนี้มันคลี่คลายไปเยอะมาก”

LEAVE A REPLY